SEO กับ SEM คือสองวิธีในการขึ้นมาแสดงบน Google และความสับสนระหว่างสองอย่างนี้ทำให้ธุรกิจเสียเงินจริง สรุปสั้น ๆ SEO ได้ที่ของคุณมาตามเวลาเพื่อคลิกฟรี SEM (การค้นหาแบบจ่ายเงิน ส่วนใหญ่คือ Google Ads) ซื้อที่ของคุณได้ทันทีเพื่อคลิกแบบจ่าย ทั้งคู่พาคุณไปอยู่ตรงหน้าคนที่ค้นหาสิ่งที่คุณขาย แค่ทำงานต่างกัน
ความต่างหลัก
- SEO — ปรับเว็บให้ติดอันดับในผลลัพธ์ออร์แกนิก (ไม่จ่าย) เริ่มช้า แต่ทราฟฟิกฟรีและทบต้น หยุดจ่ายเอเจนซีแล้วอันดับส่วนใหญ่ยังอยู่
- Google Ads (SEM) — จ่ายเพื่อขึ้นด้านบน ทันที แม่นยำ และควบคุมได้ แต่นาทีที่หยุดจ่าย ทราฟฟิกหยุดทันที
ความเร็ว เทียบกับ ความคงทน
SEM คือก๊อกที่เปิดปิดได้ เริ่มวันนี้ ได้คลิกวันนี้ SEO คือทรัพย์สินที่คุณสร้าง ช่วงแรกไม่ค่อยมีอะไรไม่กี่เดือน แล้วทราฟฟิกก็ไหลเข้ามาเรื่อย ๆ โดยไม่มีต้นทุนต่อคลิก อย่างหนึ่งคือเช่า อีกอย่างคือเป็นเจ้าของ
ต้นทุนระยะยาว
โฆษณามีต้นทุนต่อคลิกพอ ๆ กันในเดือนที่ 24 กับเดือนที่ 1 คุณไม่เคยหยุดจ่าย SEO มีต้นทุนสูงกว่าตอนต้น (ตัวงาน) แต่ต้นทุนต่อการเข้าชมลดลงเมื่ออันดับอยู่ตัว สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือทำทั้งคู่ ใช้โฆษณาหาลูกค้าทันทีระหว่างที่ SEO กำลังสร้าง แล้วค่อยพึ่ง SEO เมื่อมันโตเต็มที่
เมื่อไรควรเลือกอะไร
- ต้องการลูกค้าสัปดาห์นี้? เริ่มที่ Google Ads
- สร้างเพื่อระยะยาว? ลงทุนกับ SEO
- มีงบ? ทำทั้งคู่ โฆษณาหล่อเลี้ยงช่วงรอระหว่างที่ SEO ทบต้น
เราเข้าหามันอย่างไร
เราตรงไปตรงมาเรื่องการแลกได้แลกเสีย เราจะไม่ขาย retainer SEO หกเดือนให้ถ้าคุณต้องการลูกค้าสัปดาห์หน้า และจะไม่ยิงโฆษณาตลอดไปถ้า SEO จะลดต้นทุนต่อลูกค้าได้ ขอ Audit ฟรีแล้วเราจะบอกส่วนผสมที่ใช่ ดูราคาของเราด้วย